02 Feb, 24

มาตรฐาน “Solar Cell” เยอรมัน จาก Goldbeck Solar  

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พลังงานทดแทนจากธรรมชาติโดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ “Solar Cell” กําลังได้รับความสนใจอย่างแพร่หลาย เนื่องจากเป็นพลังงานสะอาดที่ไม่ก่อให้เกิดมลพิษ ไม่มีวันหมดและสามารถเข้าถึงได้ง่าย ประกอบกับรัฐบาลไทยมีนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ระบบโซลาร์รูฟท็อป “Solar Rooftop” ซึ่งเป็นการติดตั้งระบบผลิตกระแสไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ด้วย “แผงโซล่าเซลล์” บนหลังคาอาคารบ้านเรือนและโรงงานอุตสาหกรรมนั้น กําลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในปัจจุบัน 

มาตรฐาน “Solar Cell” และอุปกรณ์สําหรับระบบ “Solar Rooftop” 

อย่างไรก็ตาม ประเด็นหนึ่งที่ผู้ที่สนใจจะลงทุนติดตั้งระบบ “Solar Rooftop” ให้กับอาคารบ้านเรือนหรือโรงงานของตนเองมักให้ความสนใจและกังวลเป็นอย่างยิ่ง คือ เรื่องของคุณภาพและมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในระบบโซลาร์รูฟท็อป ประกอบไปด้วย 

1. “แผงโซล่าเซลล์” (Solar Cell) 

“แผงโซล่าเซลล์” คือ หัวใจหลักของระบบผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ มีหน้าที่รับแสงอาทิตย์แล้วเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้กลายเป็นกระแสไฟฟ้ากระแสตรง โดยแผงโซลาร์เซลล์ 1 แผงจะมีกําลังการผลิตประมาณ 400-600 วัตต์ ดังนั้นคุณภาพและมาตรฐานของแผงโซลาร์เซลล์จึงมีความสําคัญอย่างมากต่อประสิทธิภาพของระบบโซลาร์รูฟท็อปโดยรวม 

2. อินเวอร์เตอร์ (Inverter)   

อินเวอร์เตอร์ มีหน้าที่แปลงกระแสไฟฟ้ากระแสตรงจาก “แผงโซล่าเซลล์” ให้กลายเป็นกระแสไฟฟ้ากระแสสลับ เพื่อจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบไฟฟ้าภายในอาคารหรือขายคืนให้กับการไฟฟ้า ดังนั้นประสิทธิภาพของอินเวอร์เตอร์จึงมีผลต่อปริมาณพลังงานไฟฟ้าที่ระบบสามารถส่งออกมาได้ โดยอินเวอร์เตอร์คุณภาพดีจะมีประสิทธิภาพการแปลงไฟฟ้า 96-98% 

3. อุปกรณ์เชื่อมต่อไฟฟ้าอื่นๆ   

นอกจากอุปกรณ์หลักข้างต้นแล้ว อุปกรณ์ประกอบอื่นๆ เช่น สายเคเบิลสําหรับเชื่อมต่อ “แผงโซล่าเซลล์” เข้ากับอินเวอร์เตอร์ ตลอดจนจุดต่อสายไฟฟ้าต่างๆ ก็มีความสําคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เพราะหากอุปกรณ์เหล่านี้มีคุณภาพต่ําก็อาจทําให้เกิดจุดร้อน หรือความสูญเสียทางไฟฟ้าได้ ส่งผลต่อประสิทธิภาพรวมของระบบ 

Goldbeck Solar: มาตรฐานโซลาร์เซลล์และอุปกรณ์จากเยอรมัน  

Goldbeck Solar บริษัทชั้นนําด้านพลังงานแสงอาทิตย์จากประเทศเยอรมนี ด้วยประสบการณ์มากกว่า 22 ปี ในการพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งในเยอรมันเองและต่างประเทศกว่า 18 ประเทศทั่วโลก   

ด้วยความเชี่ยวชาญและเทคโนโลยีระดับโลก ทําให้ Goldbeck Solar เลือกใช้เฉพาะอุปกรณ์คุณภาพสูงมาตรฐานยุโรป เพื่อประกอบเป็นระบบโซลาร์รูฟท็อปที่มอบให้กับโครงการต่างๆ ของลูกค้า ได้แก่ 

1. “แผงโซล่าเซลล์คุณภาพยอดเยี่ยมจากยี่ห้อชั้นนําของโลก   

เราเลือกใช้เฉพาะแผงโซลาร์เซลล์ที่ผลิตจากยี่ห้อชั้นนําระดับโลก เช่น Jinko Solar, JA Solar, Longi, Canadian Solar เป็นต้น ซึ่งเป็นแผงโซลาร์เซลล์ที่ผ่านการทดสอบมาตรฐาน IEC (International Electrotechnical Commission) มีประสิทธิภาพในการแปลงพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นกระแสไฟฟ้าสูงสุด  

2. อินเวอร์เตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ยี่ห้อชั้นนําจากยุโรป 

อินเวอร์เตอร์ ถือเป็นหัวใจสําคัญอีกชิ้นหนึ่งของระบบโซลาร์รูฟท็อป ที่ Goldbeck Solar เลือกใช้ผลิตภัณฑ์อินเวอร์เตอร์ระดับพรีเมี่ยมจากยี่ห้อชั้นนําของยุโรปอย่าง  SMA, Sungrow, Huawei ซึ่งมีประสิทธิภาพการแปลงไฟฟ้าสูงถึง 96-98% ช่วยให้ได้กระแสไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ออกมาได้มากที่สุด 

ส่วนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ประกอบอื่นๆ เช่น สายเคเบิ้ล ตู้เก็บอุปกรณ์ ระบบจ่ายไฟ รวมถึงจุดต่อสายไฟฟ้า เราก็เลือกใช้ผลิตภัณฑ์มาตรฐานยุโรปจากแบรนด์ชั้นนําต่างๆ เช่น JJLap, RRack, Staubi Multicontact, Weidmuller เป็นต้น เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุดของระบบ   

3. มาตรฐานการออกแบบและติดตั้งตามมาตรฐานสากล   

นอกเหนือจากมาตรฐานผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ชั้นนําของยุโรปแล้ว Goldbeck Solar ยังคํานึงถึงมาตรฐานด้านความปลอดภัยในการออกแบบและติดตั้ง “Solar Rooftop” ให้เป็นไปตามข้อกําหนดของสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.) ว่าด้วยระบบไฟฟ้าภายในอาคาร มาตรฐานความป้องกันอันตรายจากกระแสไฟฟ้า เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้ใช้งานอาคาร   

4. บริการหลังการขายครบวงจรจากวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ   

นอกจากมาตรฐานด้านผลิตภัณฑ์และการติดตั้งแล้ว Goldbeck Solar ยังคงให้ความสําคัญกับการให้บริการดูแลหลังการติดตั้ง (After-sales service) โดยทีมวิศวกรและเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ พร้อมให้คําปรึกษาและบริการตรวจเช็ค ดูแล บํารุงรักษาอุปกรณ์ต่างๆ ให้ทํางานได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดอายุการใช้งาน   

จะเห็นได้ว่า Goldbeck Solar เราให้ความสําคัญกับทุกมาตรฐาน ทั้งด้านผลิตภัณฑ์ การติดตั้ง ความปลอดภัย และบริการหลังการขาย โดยผ่านมาตรฐานและการรับรองคุณภาพต่างๆมากมาย ทําให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าจะได้รับระบบโซลาร์เซลล์และการบริการที่ดีที่สุด คุ้มค่าการลงทุนอย่างแน่นอน 

02 Feb, 24

การเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริมกับระบบ “Solar Cell”

ปัจจุบันระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ด้วยเทคโนโลยี “แผงโซล่าเซลล์” หรือ ระบบโซลาร์รูฟท็อป “Solar Rooftop”  ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งบนหลังคาบ้านพักอาศัย อาคารสํานักงาน โรงงานอุตสาหกรรม หรือแม้แต่ฟาร์มผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ด้วยข้อดีหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไฟฟ้า เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และช่วยเพิ่มความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ 

อย่างไรก็ตาม เมื่อติดตั้ง “โซล้าเซลล์” เสร็จเรียบร้อยแล้ว นอกเหนือจากการเชื่อมต่อเพื่อจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่อาคารหรือขายกลับเข้าสู่ระบบของการไฟฟ้าแล้ว การเชื่อมต่อระบบโซลาร์เซลล์เข้ากับอุปกรณ์เสริมต่างๆ ก็มีความสําคัญไม่แพ้กัน ดังจะได้กล่าวถึงรายละเอียดในหัวข้อต่อไป 

อุปกรณ์เสริมที่สําคัญสําหรับระบบ “Solar Cell” 

1. ระบบสํารองกระแสไฟฟ้าฉุกเฉิน   

ระบบสํารองกระแสไฟฟ้าฉุกเฉิน (Backup system) เป็นอุปกรณ์ที่คอยสํารองจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับอาคารหรือโรงงาน ในกรณีที่ระบบจ่ายไฟฟ้าหลักขัดข้อง เช่น ไฟฟ้าดับ หรือไฟตก เป็นต้น ทําให้อุปกรณ์ไฟฟ้าภายในอาคารสามารถทํางานต่อไปได้อย่างต่อเนื่อง  

สําหรับระบบ “โซลาร์เซลล์” นั้น การต่อเชื่อมกับระบบสํารองไฟฉุกเฉินจะช่วยเพิ่มความมั่นคงให้กับการจ่ายไฟฟ้าภายในอาคาร กล่าวคือ เมื่อระบบโซลาร์รูฟท็อป “Solar Rooftop”  เกิดปัญหาไม่สามารถจ่ายไฟได้ เช่น พายุฟ้าคะนอง ฝนตกหนัก ทําให้แผงโซลาร์เซลล์ไม่สามารถรับแสงอาทิตย์ ระบบสํารองไฟฉุกเฉินก็จะเปิดทํางานทันที เพื่อจ่ายไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ไม่ให้เกิดภาวะไฟฟ้าดับภายในอาคาร 

2. ระบบวัดและแสดงผล   

นอกเหนือจากการต่อเชื่อมกับระบบสํารองไฟฉุกเฉินแล้ว การติดตั้งอุปกรณ์วัดและแสดงผลการทํางานของระบบ “โซลาร์เซลล์”  เพื่อแสดงปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้ หรือสถานะการทํางานของระบบก็มีความสําคัญเช่นเดียวกัน ทั้งยังช่วยให้สามารถตรวจเช็คและเฝ้าระวังปัญหาผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับระบบได้อย่างทันท่วงที 

ดังนั้น นอกเหนือจากการต่อเชื่อมอุปกรณ์สําคัญ คือ ระบบสํารองไฟฟ้าฉุกเฉินแล้ว การติดตั้งมิเตอร์วัดปริมาณไฟฟ้า, แผงแสดงผลข้อมูลการทํางาน และอุปกรณ์บันทึกข้อมูล ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้งานและบํารุงรักษาระบบโซลาร์รูฟท็อป “Solar Rooftop”  ให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย 

3. ระบบควบคุมและเฝ้าระวังแบบ IoT 

เทคโนโลยี IoT หรือ Internet of Things นั้น ได้ถูกนํามาประยุกต์ใช้กับระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนมากขึ้นในปัจจุบัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต ตรวจเฝ้าระบบ และบํารุงรักษา  

สําหรับระบบโซลาร์รูฟท็อป “Solar Rooftop”  การติดตั้ง IoT Controllers หรืออุปกรณ์ควบคุมผ่านอินเทอร์เน็ต จะทําให้สามารถเข้าถึงและควบคุมการทํางานของระบบผ่านระบบ Cloud เพื่อติดตามตรวจสอบสถานะการทํางาน ปริมาณการผลิตไฟฟ้า รวมถึงสามารถป้องกันปัญหาที่อาจเกิดกับระบบได้อย่างทันท่วงที ทั้งยังช่วยให้การบํารุงรักษาและแก้ไขระบบมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 

ดังนั้น การเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับระบบโซลาร์เซลล์ “Solar Cell” นั้นมีความสําคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ไม่ว่าจะเป็นการต่อเชื่อมกับระบบสํารองไฟฟ้า เพื่อความมั่นคงในการใช้งาน การติดตั้งอุปกรณ์วัดและบันทึกข้อมูล เพื่อเฝ้าสังเกตุประสิทธิภาพของระบบ รวมถึงการนํา IoT Controllers มาใช้ในการควบคุมและตรวจเช็คระบบผ่านระบบ Cloud  

ด้วยเทคโนโลยี IoT และระบบควบคุมที่ทันสมัย จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและอายุการใช้งานของระบบ “โซล้าเซลล์” ได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะมีส่วนช่วยทําให้คุ้มค่าต่อการลงทุนมากยิ่งขึ้น 

10 Jan, 24

ติดตั้ง “โซลาร์เซลล์” บนหลังคาโรงงาน ลดต้นทุนพลังงานได้จริง

ปัจจุบันค่าไฟฟ้ามีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของโรงงานอุตสาหกรรมเป็นอย่างมาก การติดตั้ง “โซลาร์เซลล์” บนหลังคาโรงงาน จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าได้อย่างมีนัยสําคัญ 

การติดตั้ง “โซลาร์เซลล์” บนพื้นที่หลังคาของโรงงาน สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าสําหรับใช้เองได้ ช่วยลดการใช้ไฟฟ้าจากการไฟฟ้า และลดค่าใช้จ่ายในเรื่องต้นทุนการผลิตอย่างมีนัยสำคัญ 

จุดคุ้มทุนในการติดตั้ง “Solar Cell” 

การลงทุนติดตั้งโซลาร์เซลล์ 1 เมกะวัตต์ ใช้เงินลงทุนประมาณ 23–25 ล้านบาท ใช้เวลาคืนทุน 4 ปี หลังจากนั้นถือเป็นกําไรสุทธิ โดยมีอายุการใช้งานของระบบมากกว่า 25 ปี ซึ่งคุ้มค่ากับการลงทุนเป็นอย่างยิ่ง 

Goldbeck Solar “โซลาร์เซลล์” จากมาตรฐานประเทศเยอรมัน 

Goldbeck Solar เป็นบริษัทชั้นนําด้านพลังงานแสงอาทิตย์จากประเทศเยอรมนี ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2001 มีประสบการณ์มากกว่า 22 ปี ในการพัฒนาโครงการด้านพลังงานแสงอาทิตย์ทั้งในระดับอุตสาหกรรมและพาณิชย์ 

ด้วยประสบการณ์และเทคโนโลยีชั้นนําของเยอรมนี Goldbeck Solar และมีระบบ Professional Monitoring System จากเยอรมนี ซึ่งเป็นแห่งเดียวในไทย ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถตรวจสอบระบบผลิตไฟฟ้าได้อย่างแม่นยำ และ สามารถดึงข้อมูลการผลิตเป็นแบบตัวเลขหรือแบบมาทำรายงานได้โดยง่าย   เราจึงสามารถให้คําปรึกษาและออกแบบระบบโซลาร์เซลล์ให้เหมาะสมกับการใช้งานจริงของแต่ละโรงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในเรื่องขนาดกําลังผลิต คุณภาพอุปกรณ์ และการออกแบบระบบ ให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการใช้ไฟฟ้าของโรงงานได้อย่างแท้จริง 

ตัวอย่างการติดตั้ง “Solar cell” บนหลังคาโรงงาน 

Capacity : 2.056 MWp   

Location : Ratchburi       

Company : Inoac Tokai (Thailand) Co., Ltd.. | Thailand 

Capacity : 1.68 MWp   

Location : Wangnoi, Ayutthaya 

Company : Inoue Rubber (Thailand) PCL. | Thailand 

Capacity : 997.92 kWp  

Location : Wangnoi Ayutthaya 

Company : Thai Toyo Foam Hi-Tech Co., Ltd. | Thailand 

Capacity : 618.03 kWp   

Location : Ayutthaya  (Construction Complete) 

Company : Amarin Book Center Co., Ltd. (Phase 2)| Thailand 

Capacity : 350.98 kWp   

Location : Bang Kruai, Nonthaburi 11130   

Company : Great Foam Product Co., Ltd. | Thailand 

Capacity : 297 kWp   

Location : Chachoensao, Bangkok   

Company : A.S.P International Co., Ltd. | Thailand 

Capacity : 148 kWp   

Location : Pathum Thani, Bangkok  

Company : JumJon Company Limited. | Thailand 

Capacity : 127.53 kWp   

Location : Samutsakorn, Bangkok  (Construction Complete) 

Company : Grand Sport Co., Ltd.. | Thailand 

Capacity : 112.32 kWp   

Location : Ramkhamhaeng, Bangkok   

Company : T.T.S Engineering (2004) Co., Ltd.. | Thailand 

Capacity : 64.21 kWp   

Location : Prawet, Bangkok 10250 

10 Jan, 24

การบํารุงรักษา “ระบบผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์” ทําไม Goldbeck Solar จึงให้ความสําคัญ

ปัจจุบัน “ระบบโซลาร์รูฟท็อป” หรือระบบผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ด้วยแผง “โซลาร์เซลล์” บนหลังคาอาคาร ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม เนื่องจากช่วยลดต้นทุนพลังงานไฟฟ้าทั้งในส่วนของการใช้ไฟฟ้าเองและการผลิตเพื่อจําหน่ายขายกลับคืนสู่การไฟฟ้า

อย่างไรก็ตาม เมื่อเจ้าของกิจการติดตั้ง “ระบบผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์” เสร็จเรียบร้อยแล้ว สิ่งหนึ่งที่มักถูกละเลย คือ การบํารุงรักษาและดูแลรักษาระบบให้ทํางานได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ การบํารุงรักษา “ระบบผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์” อย่างถูกวิธีและสม่ำเสมอนั้นมีความสําคัญอย่างมาก สาเหตุดังต่อไปนี้

1. ช่วยให้ “ระบบผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์” ทํางานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

แม้ว่าระบบ จะได้รับการออกแบบมาเพื่อใช้งานกลางแจ้ง แต่ฝุ่นละออง คราบสกปรก รวมถึงการกัดกร่อนทางเคมี ล้วนเป็นตัวการหลักที่ทําให้ประสิทธิภาพของ “แผงโซลาร์เซลล์” ลดน้อยถอยลงเรื่อยๆ ฉะนั้นการทําความสะอาด “แผงโซลาร์เซลล์” เพื่อล้างทําความสะอาดผิวแผงอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้แสงอาทิตย์สามารถตกกระทบลงบน “แผงโซลาร์เซลล์” ได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ดีที่สุด

2. ช่วยยืดอายุการใช้งานของ “Solar cell” และอุปกรณ์

การสะสมของฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกบนผิวแผงโซลาร์เซลล์ และ อุปกรณ์แปลงไฟ “ Inverter” นอกจากจะทําให้ประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าลดลงแล้ว ยังอาจส่งผลให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชํารุดเสียหายได้ในระยะยาวอีกด้วย ฉะนั้นการทําความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยป้องกันปัญหาดังกล่าวและยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ต่างๆ ให้นานที่สุด

3. ช่วยรักษาสิทธิประโยชน์ตามสัญญารับประกันผลงาน

ผู้รับเหมาติดตั้งระบบโซลาร์รูฟท็อปส่วนใหญ่ จะมีการรับประกันผลงานหลังการติดตั้ง โดยรับประกันประสิทธิภาพหรือปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้ตามที่ระบุ รวมถึงการรับประกันคุณภาพของผลงานติดตั้ง ดังนั้นหากขาดการบํารุงรักษาที่ดี อาจส่งผลให้สูญเสียสิทธิ์ในการเรียกร้องตามสัญญารับประกันดังกล่าวได้

การบํารุงรักษาแผงโซลาร์เซลล์ที่ดี ประกอบด้วยขั้นตอนต่างๆ ดังนี้

  1. การทําความสะอาด “Solar cell” โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนที่มีฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกตกสะสมมาก ควรทําความสะอาด โดยใช้น้ำล้างแผงโซลาร์ด้วยอุปกรณ์ถูพิเศษ เช่น แปรงขนอ่อน ไมโครไฟเบอร์ ผ้าสักหลาด หรือฟองน้ำ
  2. ตรวจสอบสายเชื่อมต่อไฟฟ้า ตรวจหารอยชํารุดของฉนวนหุ้มสาย รวมถึงการตรวจเช็คจุดต่อสายไฟ เพื่อค้นหาจุดที่อาจเกิดความร้อนสูงเนื่องจากการสูญเสียไฟฟ้าบริเวณนั้น
  3. ตรวจวัดแรงดันไฟฟ้าและกระแสไฟฟ้าที่ “แผงโซลาร์เซลล์” ผลิตได้ เพื่อคํานวณเปรียบเทียบปริมาณกําลังไฟฟ้าที่ผลิตได้ของระบบ
  4. ตรวจสอบสภาพอินเวอร์เตอร์และเครื่องแปลงกระแสไฟฟ้า โดยทำความสะอาดฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกสะสม และตรวจวัดการทํางานของอุปกรณ์ รวมถึงการวัดอุณหภูมิการทํางานของอุปกรณ์
  5. ตรวจสอบโครงสร้างระบบยึดแผงโซลาร์เซลล์ ตรวจสอบโดยวิศวกร สํารวจหาร่องรอยแตกร้าว ผุกร่อน รวมถึงความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างจับยึดแผง
  6. ตรวจสอบและเปลี่ยนอุปกรณ์ควบคุมทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่มีครบอายุการใช้งาน เพราะความเสื่อมสภาพภายในจะมีโอกาสเกิดขึ้น

สรุป การบํารุงรักษา “ระบบผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์” จึงมีความสําคัญต่อประสิทธิภาพและอายุการใช้งานของระบบ หากมองข้ามจะทําให้ไม่สามารถใช้ประโยชน์จากระบบได้อย่างคุ้มค่า Goldbeck Solar พร้อมให้คําปรึกษาและบริการดูแลบํารุงรักษา เพื่อประโยชน์สูงสุดของลูกค้าของเราครับ

19 Dec, 23

GOLDBECK SOLAR North

GOLDBECK SOLAR North America and our partner AREA are excited to announce the successful completion of Nova Scotia’s largest utility-scale solar farms Mahone Bay and Berwick. These milestones mark a significant stride towards sustainable energy in the province.

• Mahone Bay is expected to power around 260 homes annually.

• Berwick solar farm is anticipated to power approximately 543 homes with green energy, significantly reducing reliance on non-renewable energy sources.

Both projects stand as testaments to innovation and commitment to sustainable energy. They represent a significant step towards a greener future for Nova Scotia and reinforce the collective effort to combat climate change.

These initiatives exemplify AREA’s and GOLDBECK SOLAR’s comprehensive approach to managing the entire project value chain, from site selection and planning, to financing, ensuring the seamless execution of these groundbreaking solar farms.

#RenewableEnergy #SustainableEnergy #SolarPower #CleanEnergy #Innovation #area

18 Dec, 23

Ground Mounting Solar โซลาร์เซลล์ขนาดใหญ่ที่ติดตั้งบนพื้นดิน ผลิตกระแสไฟฟ้าขาย หรือใช้เอง  คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม!! 

“โซลาร์ฟาร์ม” หรือ “Solar Farm” คือการนําพื้นที่ว่างเปล่า เช่น ที่ดินรกร้าง หรือไร่นาที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ มาติดตั้ง “ระบบโซลาร์เซลล์” ขนาดใหญ่ในพื้นที่กว้าง สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ในปริมาณมาก เพื่อจําหน่ายเชิงพาณิชย์ หรือใช้เองถือเป็นการใช้ประโยชน์ที่ดินให้เกิดมูลค่า และช่วยเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนของประเทศได้อีกด้วย  

ประเทศไทยมีความเหมาะสมในการพัฒนาโซลาร์ฟาร์มเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีปัจจัยสนับสนุนหลายประการ ดังนี้ 

  1. ประเทศไทยตั้งอยู่ในเขตร้อน ได้รับแสงแดดจัดตลอดทั้งปี มีรังสีดวงอาทิตย์สูงเฉลี่ย 18-20 MJ/ตร.ม./วัน เอื้อต่อการผลิตพลังงานและประสิทธิภาพระบบ 
  1. มีพื้นที่ว่างเปล่าจํานวนมากที่เหมาะกับการพัฒนาโซลาร์ฟาร์ม เช่น ที่ดินรกร้าง ไร่นาทิ้งร้าง 
  1. รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน และรับซื้อในราคาที่จูงใจ คุ้มค่าต่อการลงทุน 

พื้นที่ในการพัฒนาโซลาร์ฟาร์ม 

การพัฒนาโซลาร์ฟาร์มขนาด 1 เมกะวัตต์ ต้องใช้พื้นที่ประมาณ 6-7 ไร่ หรือ 5000 ต.ร.ม เนื่องจากแผงโซลาร์เซลล์จําเป็นต้องมีระยะห่างระหว่างแถวพอสมควร เพื่อไม่ให้เกิดเงาที่ส่งผลต่อการผลิตไฟฟ้า ทำให้ในพื้นที่ 1 ไร่ สามารถวางแผงโซลาร์เซลล์ได้ประมาณ 140-160 กิโลวัตต์ หรือ 0.14 – 0.16 เมกะวัตต์ เท่านั้น 

ดังนั้น เพื่อให้ได้กําลังผลิต 1 เมกะวัตต์ ซึ่งต้องใช้แผงโซลาร์เซลล์รวม 1,000 กิโลวัตต์ จึงจําเป็นต้องใช้พื้นที่ประมาณ 6-7 ไร่ หรือ 5000 ต.ร.ม เพื่อให้เพียงพอกับการติดตั้ง 

ข้อดีของโซลาร์ฟาร์ม 

เมื่อก่อสร้างและติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์เสร็จเรียบร้อยแล้ว สามารถเชื่อมต่อจําหน่ายกระแสไฟฟ้าเข้าสู่ระบบของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยได้ทันที โดยมีรัฐบาลค้ําประกันราคารับซื้อไว้ที่ 2.20 บาทต่อกิโลวัตต์ตลอดอายุสัญญา 25 ปี จึงถือได้ว่าโซลาร์ฟาร์มเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้ประจําได้อย่างมั่นคง มองเห็นผลตอบแทนคุ้มค่าต่อการลงทุนได้อย่างชัดเจน 

การขายไฟฟ้าจากโซลาร์ฟาร์ม  

1. ขายให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)  

– เมื่อผลิตไฟฟ้าได้แล้ว สามารถเชื่อมต่อสายส่งเข้ากับระบบของ กฟผ. เพื่อจําหน่ายไฟฟ้าให้ กฟผ. ได้โดยตรง 

– กฟผ. รับซื้อตามราคาที่รัฐบาลกําหนดไว้ ที่ 2.20 บาทต่อกิโลวัตต์ตลอดอายุสัญญา 25 ปี 

2. ขายให้ลูกค้าโดยตรง (Direct Power Purchase Agreement – DPPA) 

– ผู้ผลิตไฟฟ้าทําสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรงกับลูกค้ารายใหญ่ เช่น โรงงานอุตสาหกรรม 

– สามารถตกลงราคากันเองได้ โดยจะต่ํากว่าราคาขายปลีกไฟฟ้าทั่วไป 

Goldbeck Solar ยินดีให้คำปรึกษาด้านการติดตั้ง “โซลาร์ฟาร์ม” 

Goldbeck Solar เป็นบริษัทชั้นนําด้านพลังงานแสงอาทิตย์จากประเทศเยอรมนี ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2001 มีประสบการณ์มากกว่า 22 ปี ในการพัฒนาโครงการโซลาร์ฟาร์มขนาดใหญ่ทั้งในประเทศเยอรมนีและต่างประเทศกว่า 18 ประเทศ 

ด้วยประสบการณ์และเทคโนโลยีชั้นนําของเยอรมนี Goldbeck Solar จึงสามารถให้คําปรึกษาการลงทุนและดําเนินการสร้าง “โซลาร์ฟาร์ม” ขนาดใหญ่ พร้อมระบบติดตามตรวจสอบประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าอัตโนมัติจากเยอรมนี เพื่อให้ “โซลาร์ฟาร์ม” สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด คุ้มค่าทุกการลงทุน 

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยินยอมทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อประสิทธิภาพ

    คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์/วัดผลการทำงานของเว็บไซต์

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาเข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

บันทึก